อัปเดตค่า GP ปี 2569 เพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ถ้าไม่รับมือให้ดีมีขาดทุนแน่นอน

ค่าธรรมเนียม ปรับค่าธรรมเนียม TiktokShop Shopee Lazada ขึ้นค่าธรรมเนียม

ในปี 2569 การขายออนไลน์บนแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่สิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าหลายคนเริ่มเจอเหมือนกันคือ
 
“ขายดีขึ้น แต่กำไรลดลง”

หนึ่งในสาเหตุหลักที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงคือ “ค่า GP (Gross Profit / ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม) ที่มีการปรับเพิ่มขึ้นในหลายช่องทาง และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต

หากไม่คำนวณต้นทุนให้ดีตั้งแต่ต้น มีโอกาสสูงที่คุณจะขายได้ แต่ “ขาดทุนโดยไม่รู้ตัว”

ค่า GP คืออะไร? 

ค่า GP ย่อมาจาก Gross Profit คือค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหักจากยอดขายสินค้าหรือค่าคอมมิชชันที่ร้านค้าจ่ายให้แก่แอปพลิเคชันโดยทางแอปพลิเคชันมักจะมอบสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตอบแทน เช่น การลดค่าส่ง ส่งฟรี โค้ดส่วนลด หรือการโปรโมตร้านบนหน้าแพลตฟอร์ม ทำให้ร้านค้าเป็นที่รู้จักหรือถูกเลือกซื้อ

โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบ

  • % ค่าคอมมิชชัน
  • ค่าธรรมเนียมธุรกรรม
  • ค่าบริการอื่น ๆ

📌 สำคัญ:
ส่วนใหญ่ค่า GP มักจะ “ยังไม่รวม”

  • ค่าส่ง
  • ค่าโฆษณา (Ads)
  • ค่าทำโปรโมชัน

ดังนั้นต้นทุนจริงของร้าน อาจจะสูงกว่าที่คิดมาก

วิธีการคำนวณ (ปัจจุบันค่า GP อยู่ที่ประมาณ 30-35%)

ถ้าสินค้าของเราราคาอยู่ที่ 200 บาท คิดที่ค่า GP 30% 
ร้านจะถูกหักค่า GP 60 บาท บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อีก 7% เท่ากับ 4.2 บาท 
ดังนั้นร้านจะได้เงินจากการขายสินค้า 1 ชิ้นคือ 200 - 64.2 = 135.8 บาท 

จะเห็นว่าค่า GP มีตัวเลขที่สูงประมาณ 1 ใน 3 ของราคาขายเลย 
สูตรที่นำไปแทนค่าคิดได้เลย (GP30%) เงินที่ร้านจะได้ = ราคาขายสินค้า × (1 - 0.321) 

อัปเดตค่า GP ปี 2569 

🟠 Shopee ค่า GP (Gross Profit ) ปรับขึ้นทุกหมวดหมู่สินค้า

เริ่มใช้ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

ร้านค้า Shopee Mall ปรับขึ้นสูงสุด 15.52% จากเดิมอยู่ที่ 5.35% - 13.91%
ร้านค้าทั่วไป ปรับขึ้นสูงสุด 12%-13% จากเดิมอยู่ที่ 5.35% - 11.77%
ร้านที่มีลูกค้ารูดผ่อนผ่านบัตรเครดิต โดนเพิ่ม +1% (ไม่รวม VAT 7%)

  • ผ่อน 3 เดือน: ขึ้นเป็น 5% (เดิม 4%) 
  • ผ่อน 6 เดือน: ขึ้นเป็น 6.5% (เดิม 5.5%) 
  • ผ่อน 10 เดือนขึ้นเป็น 7%

ร้านที่มีลูกค้าผ่อนผ่าน SPayLater 

  • 1 เดือน: 3% (รอด! เท่าเดิม)
  • 2 เดือน: ขึ้นเป็น 4% (เดิม 3%)
  • 3 เดือน: ขึ้นเป็น 5% (เดิม 4%)
  • 5 เดือน: ขึ้นเป็น 6.5% (เดิม 5.5%)
  • 12 เดือน: ขึ้นเป็น 7% (เดิม 6%)

รายละเอียดเพิ่มเติม:

  • ค่าคอมมิชชันตามหมวดสินค้า
  • ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน
  • ค่าโปรโมชัน (ถ้าเข้าร่วมแคมเปญ)

👉 Insight:
Shopee เป็นแพลตฟอร์มที่ “ยอดขายดี” แต่ต้นทุนรวมค่อนข้างสูงโดยเฉพาะร้านที่ต้องเข้าร่วมโปร “ส่งฟรี / Flash Sale”

🔵 Lazada ปรับค่า GP (Service Fee) ใหม่

เริ่มใช้ 1 พ.ค. 2026 เป็นต้นไป

  • ค่า GP (Commission) อยู่ประมาณ 5% – 12%+ แล้วแต่หมวดสินค้า
  • ส่วนใหญ่ “ขยับขึ้น” จากเดิมแทบทุกหมวด
  • บางหมวดหนัก ๆ ไปแตะ 12% - 12.5%

ร้านค้าทั่วไป (Marketplace Seller) ค่า GP ส่วนใหญ่ปรับขึ้นดังนี้

  • หมวดทั่วไป: ประมาณ 8% – 12%
  • หมวดแข่งขันสูง (แฟชั่น / บิวตี้ / ไลฟ์สไตล์): ประมาณ 10% – 12.5%
  • หมวดเฉพาะบางตัว: ต่ำสุดประมาณ 5% – 7%

ค่าธรรมเนียมโปร (สำคัญ) อันนี้คือ “ตัวบวกเพิ่ม” ที่หลายร้านพลาด ❗

  • Free Shipping Program (ส่งฟรี) ปรับเป็น 6% (รวม VAT แล้ว)
  • Campaign (เข้าร่วมโปร Lazada) ปรับเป็น 7% (รวม VAT แล้ว)

ถ้าร้าน “เข้าร่วมทั้ง 2 อย่าง” = โดนบวกเพิ่มอีก 13% ทันที

Premium Package (สายเร่งทำยอด) จากเดิม 5% – 7% ปรับเป็น 6% – 8%

ยังไม่รวมค่าโฆษณา , KOL, ผ่อนชำระ , LazCoin และ ที่บังคับให้ลดราคาเพื่อเข้าแคมเปญ

รายละเอียดเพิ่มเติม:

  • ค่าคอมมิชชัน
  • ยังไม่รวมค่าโฆษณา
  • KOL
  • ค่าธรรมเนียมระบบ

👉 Insight:
เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะกับร้านที่ทำแบรนด์ แต่ยังมีต้นทุนแฝงที่ต้องคำนวณ เช่น ‘ค่าโปร’ ที่บังคับให้ร้านต้องเข้าร่วม

⚫️ TikTok Shop ปรับ “ค่า GP” เพิ่มขึ้น (Commerce Growth Fee)

เริ่มใช้ 6 พ.ค. 2569 เป็นต้นไป

  • เป็นค่าธรรมเนียมใหม่ที่ “ทุกร้านต้องโดน”
  • ใช้แทน/รวมฟีลเดียวกับ ค่า GP + ค่าส่งฟรี + ดันการมองเห็น
  • คิดจาก “ราคาสินค้า - ส่วนลดร้าน”

อัตราค่าธรรมเนียม (รวม VAT แล้ว)

ร้านค้าทั่วไป

  • สินค้าอิเล็กทรอนิกส์: จาก 5.89% → 6.96%
  • สินค้าทั่วไป (Non-Electronics): จาก 6.96% → 8.03%

สรุป: TikTok Shop ปรับขึ้นประมาณ +1% ทุกหมวด

เพดานค่าธรรมเนียม สูงสุด 199 บาท/ชิ้น

ร้านเล็ก (ยอด < 10,000 / 30 วัน) ได้เรทลดลงประมาณ 0.5%

  • สินค้าอิเล็กทรอนิกส์: 6.42%
  • สินค้าทั่วไป: 7.49%

ร้านค้าใหม่ (New Seller) สมัครหลัง 3 พ.ค. 69

  • ฟรีค่าธรรมเนียม 21 วัน
  •  สูงสุด 3,000 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม:

  • คืนสินค้า = ไม่คืนค่าธรรมเนียม
  • คิดหลัง “หักส่วนลดร้านแล้ว” (ร้านยิ่งลด = ยิ่งโดนค่าธรรมเนียมจากยอดสุทธิ)

👉 Insight:
เป็นแพลตฟอร์มที่แมสและดูเหมือนค่าธรรมเนียมไม่แรงแต่จริง ๆ แล้ว TikTok Shop มัน ‘รวมทุกอย่างมาแล้ว’ ทั้งค่าส่งฟรี + ดันสินค้า = ขายง่ายขึ้น แต่กำไรบางลงแบบไม่รู้ตัว”

📱 Social Commerce (Facebook / IG / LINE)

ค่า GP: 0%

แต่มีต้นทุนอื่นแทน เช่น

  • ค่าโฆษณา (Ads)
  • เวลาในการตอบแชท
  • ค่าจ้างแอดมิน

👉 Insight:
แม้ไม่มี GP แต่ถ้าจัดการไม่ดี ต้นทุนรวมอาจสูงได้เหมือนกัน

เปรียบเทียบค่า GP แต่ละแพลตฟอร์ม (อัปเดตปี 2569)

แพลตฟอร์ม

ค่า GP โดยประมาณแต่ละแอป

GP เพิ่มเติม

จุดเด่น

จุดที่ต้องระวัง

Shopee8%–15.52%- ค่าธรรมเนียมชำระเงิน
- Ads, Flash Sale
- SPayLater
ทราฟฟิกสูง ขายง่ายค่า GP + โปร กินกำไรหนัก
Lazada5%–12.5%- ค่าส่งฟรี 6%, 
- Campaign 7%
- Ads, KOL
เหมาะกับสายทำแบรนด์“ค่าโปร” บวกเพิ่มสูงมาก
TikTok Shop6.96%–8.03% - ค่าส่งฟรี 
- ค่าดัน Reach 
ปั้นยอดไวจากคอนเทนต์คิดจากราคาหลังหักส่วนลด
Social Commerce (FB / IG / LINE)0%- Ads
- ค่าจ้างแอดมิน, เวลา
คุมกำไรเองได้ 100%ต้องปิดการขายเอง

ถ้าไม่รับมือค่า GP จะเกิดอะไรขึ้น?

นี่คือปัญหาที่ร้านค้าออนไลน์อาจจะเจอบ่อยขึ้นในปี 2569 

  • ตั้งราคาสินค้าผิด → กำไรหาย
  • โดนหัก GP + ค่าส่ง + Ads → ขาดทุน
  • ยอดขายเพิ่ม แต่เงินไม่เพิ่ม

ความจริงก็คือคุณอาจจะกำลังขาดทุนในทุกออเดอร์ โดยที่คิดไปเองว่ายังได้กำไรอยู่

วิธีรับมือค่า GP สำหรับร้านค้าออนไลน์

เพื่อไม่ให้กำไรหายไปโดยไม่รู้ตัว ควรทำดังนี้

  • คำนวณต้นทุน “ก่อนตั้งราคา” ทุกครั้ง
  • แยกช่องทางขาย ไม่พึ่ง Marketplace อย่างเดียว
  • มีช่องทางขายที่ “ไม่โดนหัก GP”

ทางออกของร้านยุคใหม่: ลด GP = เพิ่มกำไร

ในยุคที่แพลตฟอร์มหักค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ร้านที่ได้เปรียบคือร้านที่มี “ช่องทางของตัวเอง”

และนี่คือจุดที่ระบบอย่าง Order Plus (ออเดอร์พลัส) เข้ามาช่วยได้ 
แล้วทำไมร้านค้าถึงเริ่มใช้ Order Plus มากขึ้น?

1. Sale Page ของตัวเอง (GP = 0%)

  • ไม่โดนหักค่า GP
  • คุมราคาขายและกำไรได้เอง
  • เหมาะกับการทำแบรนด์ระยะยาว

2. ระบบ Omnichannel

Order Plus ช่วยให้คุณ

  • รวมออเดอร์จาก Shopee / Lazada / TikTok 
  • ตัดสต๊อกทุกช่องทางในที่เดียว
  • ลดปัญหาของหมด / ขายเกิน (Oversell)

3. ลดต้นทุนแฝงในการขาย

  • ไม่ต้องตอบแชทซ้ำ
  • ไม่ต้องเช็กออเดอร์หลายที่
  • ลดเวลาการจัดการร้าน

สรุป: 
ขายที่ไหนก็ได้ แต่ต้อง “คุมกำไรให้เป็น”

ในปี 2569 ร้านค้าออนไลน์ไม่ควรพึ่งแพลตฟอร์มเดียวอีกต่อไป เพราะแต่ละช่องทางมี “ต้นทุนแฝง” ต่างกัน

  • ขายใน Marketplace → ได้ “ยอดขาย + ลูกค้าใหม่”
  • ขายใน ช่องทางตัวเอง → ได้ “กำไร + การควบคุมราคา”

ร้านที่อยู่รอดและโตได้จริง คือร้านที่ใช้ Multi-channel + คุมต้นทุนเป็นและนี่คือเหตุผลที่หลายร้านเริ่มใช้ Order Plus (ออเดอร์พลัส)

  • ทำ Sale Page ของตัวเอง (GP = 0%)
  • รวมออเดอร์จาก Shopee / Lazada / TikTok / FB / IG
  • ตัดสต๊อกทุกช่องทางในที่เดียว (Omnichannel)
  • ลดต้นทุนแฝง เช่น งานแอดมิน / การตอบแชทซ้ำ

เพราะสุดท้ายแล้ว “กำไรไม่ได้อยู่ที่ขายได้เยอะ แต่อยู่ที่คุมต้นทุนได้ดีแค่ไหนต่างหาก”

FAQ (คำถามที่คนค้นบ่อย)

Q: ค่า GP คืออะไร และคิดยังไง?
A: ค่า GP คือค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหักจากยอดขาย มักอยู่ในรูปแบบ % ของราคาสินค้า และยังไม่รวมค่า Ads, ค่าส่ง หรือค่าโปรโมชันอื่น ๆ

Q: ค่า GP Shopee ปี 2569 เท่าไหร่?
A: โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8% – 15.52%+ ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้า และการเข้าร่วมโปรโมชัน เช่น Flash Sale หรือ SPayLater

Q: Lazada มีค่า GP เท่าไหร่ และมีอะไรต้องระวัง?
A: ค่า GP อยู่ที่ประมาณ 5% – 12.5%+ แต่ต้องระวัง “ค่าโปร” เช่น Free Shipping (~6%) และ Campaign (~7%) ที่อาจทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้นมาก

Q: TikTok Shop หักค่าธรรมเนียมกี่เปอร์เซ็นต์?
A: อยู่ที่ประมาณ 6.96% – 8.03% และเป็นรูปแบบที่รวมต้นทุนบางส่วนไว้แล้ว เช่น ค่าส่งฟรีและการเพิ่มการมองเห็น

Q: ขายออนไลน์แบบไม่เสีย GP ทำได้ไหม?
A: ทำได้ โดยขายผ่านช่องทางของตัวเอง เช่น Facebook, IG หรือ Sale Page ซึ่งไม่ถูกหักค่า GP แต่ต้องมีระบบจัดการหลังบ้านที่ดี

Q: ควรขายแพลตฟอร์มเดียวหรือหลายช่องทางดี?
A: แนะนำให้ขาย “หลายช่องทาง (Omnichannel)” เพื่อกระจายความเสี่ยง และเพิ่มทั้งยอดขายและกำไรในระยะยาว

อ้างอิง

LINE SHOPPING 

Shopee

Lazada

Tiktok Shop




 

Order Plus promotion

ระบบหลังบ้าน Order Plus จัดงาน head.talk รวมตัวตึงในวงการขายของออนไลน์มานั่งคุยกันแบบสดๆ

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ระบบหลังบ้าน Order Plus ได้จัดงาน head.talk #รวมตัวคนหัวทอร์ค ณ ช่างชุ่ย
03/ม.ค./2023 03:40 น.

ตามเสียงเรียกร้อง Order Plus เปิดตัวแอปพลิเคชันบน IOS และ Android เพิ่มทางเลือกให้ร้านค้าออนไลน์

Order Plus เปิดตัวแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกท่านตามคำเรียกร้อง สามารถรองรับโทรศัพท์ ทั้งระบบ IOS และ Android ที่ลูกค้าใช้งาน และยังคงฟีเจอร์ช่วยเหลือร้านค้าออนไลน์แบบเต็มรูปแบบ ครบจบในที่เดียว
29/เม.ย./2024 03:38 น.

ฟีเจอร์ใหม่! Omni Channel Plus จัดการร้านค้าที่มีแบบ All in One

Order Plus เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Omni Channel Plus ที่รวบรวมช่องทางการขายออนไลน์ของคุณเอาไว้ในที่เดียว พร้อมจัดการร้านค้าแบบ All in One
19/ส.ค./2024 09:09 น.